ร้านนี้เกิดจากลูกสาวฝาแฝด “เหนือกับนอร์ท” สมัยเป็นเด็ก น้องก็ชอบวาดรูประบายสีตามระสา วาดนก วาดไก่ วาดปลา วาดแม่ วาดเจ้าหญิงเจ้าชาย “แม่กิ๊ก” ที่ชอบเย็บปักถักร้อย เห็นลูกๆวาดรูปน่ารักๆ เลยเอาลายมาปักเย็บลงบนผ้า รูปวาดของลูก เลยกลายมาเป็นชุดสวยๆของแม่ เกิดเป็นร้านชื่อ “ร้านกิ๊ก” มีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า มากมายหลายอย่างในบ้านสไตล์อินเดีย สีสันโดดเด่น บ้านสีเหลือง ประตูบานใหญ่สีเขียว โคมสีแดงหน้าบ้าน สะดุดตาจนใครๆที่ผ่านมาเห็นก็อดถ่ายรูปไม่ได้

เปิงใจ๋คือ พอใจ ถูกใจ ภูมิใจ

จากชีวิตเด็กชาวบ้านชนบทที่เติบโตมากับการทำนาทำไร่ พ่อแม่จะบอกลูกๆเสมอหากใครอยากได้เงินให้เอาผลผลิต พืชผลจากไร่นาไปขาย เพื่อที่จะได้มีเงินไว้ใช้ส่วนตัว พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยเงิน หากคนใดขยันไม่อายทำกินก็จะมีเงินไว้ใช้ส่วนตัว กลางคืนแม่จะปั่นฝ้ายและจะสอนให้ลูกผู้หญิงปั่นฝ้ายเป็น เพื่อที่จะได้เส้นฝ้ายไปทอ และตัดเย็บด้วยมือ ทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห้มในครอบครัว

จากสิ่งที่เห็นและปฏิบัติมาตั้งแต่เด็กจนเติบโตมาสู่วัยรุ่น ปัจจุบันแม้ว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้จะหาดูแทบไม่ได้ แต่ในความทรงจำของข้าพเจ้า มีความสุขและภาคภูมิใจมาก เมื่อย้อนคิดกลับไปถึงภาพเก่าๆในอดีต จึงก่อให้เกิดการสานต่อวิถีชีวิตในอดีตมาสร้างงาน สร้างอาชีพ และบ้านไม้ในปัจจุบัน

แต่ก่อนที่จะมาสร้างบ้านไม้หลังปัจจุบันที่ชุมชนโหล่งฮิมคาว ข้าพเจ้าขอพูดถึงช่วงหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น เคยคิดว่าการทำไร่นา ทำผ้า ไม่ทันสมัย จึงตัดสินใจจากบ้านเกิดเข้ามาค้าขายในเมือง จุดใต้ตำตอ ทั้งๆที่ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอยู่กับช่างแพทเทิร์นฝีชั้นเยี่ยมคนหนึ่ง คือคุณมนฑิพา(ต่าย) เราจึงปรึกษากันว่าต่อไปนี้ เราลองมาผลิตแะจำหน่ายของเราดู คือเริ่มต้นจากการทำน้อยๆ ออกแบบและด้นมือร่วมสมัย เน้นความปราณีต กิจการเริ่มขยับขยาย มีลูกค้าเข้ามาสนใจสั่งซื้องานถึงในบ้าน ต่อมาเราเข้ากลุ่ม otop เพื่อจะได้มีตลาดที่กว้างขวางขึ้น เราได้ออกร้านที่กรุงเทพฯ มีลูกค้าติดตามมากขึ้น ได้รับรางวัลที่พิสูจน์ความมุ่งมั่น ตั้งใจของเราหากหลายรางวัล จนถึงจุดหนึ่ง เรารู้สึกว่า ความสุขที่แท้จริง คือการทำงานที่เรารักอยู่กับบ้าน ในปริมาณที่เราไหว และทำไปอย่างมีความสุข จุดนั้นคงเป็นจุดอิ่มตัวที่ทำให้เราย้ายมาสร้างบ้านเปิงใจ๋หลังนี้

แรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดบ้านไม้เปิงใจ๋ ตอนเด็กข้าพเจ้าเคยไปเล่นบ้านคุณตา(พ่ออุ้ย)เป็นประจำ เป็นบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนสูง ข้าเจ้ารู้สึกมีความสุข สนุกสนานทุกครั้งที่ได้ไปบ้านพ่ออุ้ย ความรู้สึกนั้นมันยังคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดมา พอมีโอกาสได้สร้างบ้านของตนเองขึ้นมาจริงๆ ข้าพเจ้าก็สร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำ ที่ที่ข้าพเจ้าทั้งสองเคยมีความสุขเหมือนตอนเด็กๆ และตั้งมั่นไว้ว่าจะอยู่ในชุมชนนี้อย่างมีความสุข
 
Facebook : https://www.facebook.com/เปิงใจ๋-1031331063615452/

จากวิถีชีวิตดั้งเดิม จากชุมชนที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าเพื่อสวมใส่ในชีวิตประจำวันที่สืบทอดมายาวนาน ซึมซับอยู่ในจิตวิญญาณ สืบทอด สัมผัส คุ้นเคย จนไม่สามารถแยกออกจากกันได้คือชีวิต

บรรพบุรุษของเรา จากชุมชน"ลัวะ" ที่มีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามประสาบ้านบนดอยและจำเป็นต้องทอผ้าเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันของครอบครัวเองทุกอย่าง  

จาก"บ้านเฮาะ"ชุมชนลัวะโยกย้ายสู่ชุมชนใหม่"บ้านท้องฝาย อ.แม่แจ่ม”ชุมชนที่มีภูมิปัญญาการทอผ้าตีนจก  กว่า60ปีแล้วที่ครอบครัวเราได้โยกย้ายมา ก่อเกิดการสืบทอด ซึมซับภูมิปัญญา ด้วยความรัก ความผูกพันธ์ สู่การแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ทางการตลาดเพื่อสืบทอดภูมิปัญญาบรรพบุรุพและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับผ้าตีนจก ทำให้เกิดการรวมตัวระหว่าง 3 พี่น้อง ณ ชุมชนโหล่งฮิมคาว ในนามร้าน"ล้านฝ้ายงาม" ที่เป็นแหล่งรวมผ้าฝ้ายทอมือที่มีการคัดสรรการผลิตจากฝ้ายที่งดงามจำนวนนับล้าน รวมถึงฝีมือของการผลิตที่ผ่านการผลิตของช่างมากฝีมือ ประดุจดั่งใช้ล้านๆมือที่ทุ่มเท และถักทอด้วยล้านๆดวงใจให้ปรากฏอยู่บนผืนผ้าทุกชิ้นของร้าน

Facebook : https://www.facebook.com/ล้านฝ้ายงาม-1300401409996574/ 

เฮือน ณ ใจ๋ ฝ้ายเปลือกไม้

เฮือน ณ ใจ๋ ตั้งชื่อร้านตามชื่อของลูกสาวคือ”ณฤทัย” ก่อนหน้านั้นคุยกันในครอบครัวของเราไว้ว่า จะทำบ้านในเมืองเชียงใหม่ซักหลังเพื่อเป็นบ้านพักอาศัยและเปิดกิจการขายของโดยเราจะสร้างบรรยากาศอาณาบริเวณบ้าน ตัวบ้านพร้อมทั้งสินค้าของเราให้มีกลิ่นอายของความเป็น”แม่แจ่ม”ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเรา  

เราปลูกสร้างบ้านหลังนี้ตามแบบบ้านเก่ามาจากแม่แจ่ม โชว์อัตลักษณ์ความเป็นแม่แจ่มแบบดั้งเดิม ส่วนสินค้าของเราทั้งหมดก็จะเน้นความเป็นแม่แจ่มสามารถบอกเล่าเรื่องราวของแม่แจ่มผ่านบนผืนผ้า ทั้งงานปักมือชาติพันธุ์ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม งานย้อมผ้าแบบธรรมชาติที่ใช้วัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น งานเย็บมือ งานตัดต่อผ้าและการใช้เศษผ้าที่เกิดจากกระบวนการผลิตมาทำให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักการผลิตแบบ Zero waste เน้นการสร้างงานให้คนแม่แจ่ม แรงงานคนแม่แจ่ม ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 ปัจจุบันได้ส่งต่อกิจการให้คนรุ่นใหม่คือลูกสาว มีการสอนการทำมัดย้อมครามธรรมชาติลงทะเบียนเรียน5คนขึ้นไปค่าใช้จ่ายคนละ1900บาท

เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้ 086-921-2105 คุณณฤทัย ไชยรัตน์ 089-432-1870 คุณแสงอรุณ ไชยนัตน์

Facebook : https://www.facebook.com/najaihome

Pawana กับแรงบันดาลใจในการทำผ้า
นก​ ภาวนา​ ประกอบสุข

ด้วยอายุงานที่ผ่านการทำงานมาหลายๆด้าน​ จนวันหนึ่ง​ที่ประสบภาวะวิกฤติ​ของชีวิต​ นกต้องเริ่มต้นนับหนึ่งแต่ไม่คิดว่าตัวเองติดลบหรือไม่เหลืออะไรเพราะอย่างน้อยประสบการณ์​และต้นทุนที่มีค่าที่สุดคือตัวเอง

ผ้า... คือสิ่งแรกที่พอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้​ นกเริ่มทำงานเล็กๆที่พอจะทำได้เช่น​ ตุ๊กตา​ กระเป๋าผ้า​ นำไปขายตามกาดนัดน่ารักๆ​ก็เริ่มๆเก็บเล็กผสมน้อย​ แต่นกเป็นคนชอบแต่งตัว​ ชอบใส่เสื้อผ้าสวยๆเท่ๆ​ วันไปขายของที่กาดนัดก็แต่งตัวสไตล์ตัวเอง​ ทำให้มีคนชอบบ้าง​ จึงค่อยๆเริ่มทำเสื้อผ้าขึ้นมา แล้วมีคนชอบ​ บอกต่อเรื่อยๆจนพอมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม​ ที่เห็นความตั้งใจทำงานของเรามาตลอด

ทุกวันนี้​ นกสำนึกและเรียนรู้เพื่อสร้างคุณค่าให้ผ้าอย่างแท้จริง​ ด้วยการฝึกทำผ้าหลายๆเทคนิค​ ไม่ว่าจะเป็นการเย็บ​ ปัก​ ถัก​ ย้อม​ ทำพิมพ์บล็อคไม้​ หรือแม้แต่เขียนภาพทำลายผ้า​ แบบผ้าราชสำนัก(ผ้าลายอย่าง) สิ่งที่ได้เปรียบคือความรู้และประสบการณ์​ด้านดีไซน์​ ทำให้นกสามารถนำเทคนิคมาปรับใช้ให้มีความทันสมัยสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบัน​ นกได้เข้ามามีส่วนร่วมกับชุมชนในโหล่งฮิมคาว​ มันเป็นความใฝ่ฝันที่อยากเห็นชุมชนแข็งแรง​ มีวิถีพอเพียง​ และ​ยั่งยืน​ มีให้เห็นในชุมชนนี้​ ความเข้มแข็งอยู่ที่คน​ ผู้คนที่ร่วมแรงร่วมใจทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า​ ที่สามารถผสมผสานและก้าวไปข้างหน้า​ เพื่อทำให้เห็นว่าการร่วมแรงร่วมใจนำมาซึ่งความสำเร็จนั้น​ มีอยู่จริง

 

<- ชุมชนโหล่งฮิมคาว

ถ้าอยากได้ประสบการณ์การอาบน้ำที่สดชื่น หอมหวาน และมีคุณภาพ แนะนำมาที่นี่ เฮือนสบู่ บ้านของคนรักสบู่โดยแท้ มีสบู่สีสันและรูปทรงหลากหลาย เจ้าของร้านบริการเป็นมิตร แนะนำให้ความรู้ต่างๆ สบู่ที่นี่นอกจากจะสีสันที่น่าสนใจแล้ว เนื้อผิวของสบู่และกระบวนการผลิตก็ยังใส่ใจสุขภาพของผู้ใช้อีกด้วย ...เร็วๆ นี้ที่นี่จะเปิด workshop ใครสนใจ มาเรียนรู้ได้ แนะนำๆ

<- ชุมชนโหล่งฮิมคาว

มีนา มีข้าว Meena Rice Based Cuisine

หากย้อนกลับไปเมื่อแรกเริ่ม พื้นที่ในร้านมีนาแห่งนี้ เคยเป็นบ้านสวนธรรมดาของรุ่นพ่อ ที่มีไว้เลี้ยงปลา ปลูกต้นไม้ ปลูกผักและเป็นที่เก็บสะสมยุ้งข้าว

เวลาผ่านไปเกือบ 30 ปี ที่นี่ถึงแม้จะดูรกร้างไปบ้าง แต่ก็เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ กับยุ้งข้าวที่ดูโบราณและแปลกตาสำหรับยุคสมัยนี้

พื้นที่ถูกส่งต่อให้รุ่นลูก...

เกิดเป็นไอเดียการทำร้านอาหารที่อยากคงเอกลักษณ์ของยุ้งข้าวไว้

“เพราะมีนา จึงมีข้าว” เป็นที่มาของร้านอาหารมีนา ซึ่ง “ข้าว” ก็กลายเป็นพระเอกหลักของร้าน เราคิด “ข้าว 5 สี” เพราะอยากให้คนที่มาได้ทานข้าวแบบมีสีสันสักมื้อ เมนูหลักๆมีข้าวเข้ามาเป็นส่วนผสมของอาหาร

เช่น กุ้งชุบข้าวทอด ซี่โครงหมูอบข้าวไรซ์เบอร์รี่ แกงหยวกกล้วยข้าวเบือ และเมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยบ้าน ที่แม่ ยาย ย่า พี่ ป้า น้า อา เคยทำทานกันในบ้านแล้วอร่อยถูกใจเรา

มีนา ....จึงกลายร้านอาหารที่ทำให้บ้านสวนธรรมดาของพ่อกลับมามีเรื่องราวและชีวิตชีวาอีกครั้ง

FB Page : https://www.facebook.com/meena.rice.based/

 

<- ชุมชนโหล่งฮิมคาว

บ้านอุษาเริ่มต้นจากเป็นบ้านหลังแรกที่เกิดขึ้นในซอย ตั้งแต่ถนนยังไม่มี และเห็นการพัฒนาจากบ้านมาสู่ชุมชนเรื่อยๆ  พอมีร้านมีนามีข้าวเปิด ทำให้เกิดร้านค้าขึ้นในพื้นที่ ร้านเสื้อผ้าบ้านอุษาจึงเกิดขึ้น

บ้านอุษา คือที่พักอาศัยที่เปิดหน้าบ้านเป็นร้านขายเสื้อผ้าประยุกต์ร่วมสมัย มีทั้งเครื่องเงินและกระเป๋าจากชนเผ่าต่างๆ เน้นงานทำมือ ผสานชิ้นงานวิถีชนเผ่าพื้นเมืองผสานวิถีธรรมชาติ งานทุกชิ้นเกิดจากการลงมือลงแรงทำ จำหน่ายในราคาย่อมเยา มูลค่าและคุณค่าที่เกื้อกูล สมดุลกัน

<- ชุมชนโหล่งฮิมคาว

Slowstitch Studio (สโลว์สติทช์ สตูดิโอ)

คือสตูดิโอที่ออกแบบและผลิตงานผ้า งานศิลปะและสินค้าไลฟ์สไตล์จากการก่อตั้งและร่วมงานกันของนางสาวกรรณชลี งามดำรงค์ (นักออกแบบสิ่งทอชาวกรุงเทพ) และ Sergey Tishkin (เกษตรกรวิถียั่งยืนชาวรัสเซีย) ในปี 2015 โดยทั้งสองได้พบกันที่ประเทศญี่ปุ่นในขณะที่ไปเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการมัดย้อมของญี่ปุ่นและการย้อมครามจากอาจารย์ท่านเดียวกัน ทั้งสองมีคติในการออกแบบซึ่งเน้นถึงจิตวิญญาณและคุณค่าของงานฝีมือด้วยการใช้วัสดุและสีย้อมจากธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งสองย้ายออกจากเมืองใหญ่อันวุ่นวาย (กรุงเทพและโตเกียว) มาใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่เพื่อให้เวลากับการสร้างสรรค์และพัฒนางานคราฟท์ไปด้วยกัน

เทคนิคหลักที่ใช้ได้ในงานผ้าของ Slowstitch Studio ได้แรงบันดาลใจมาจากงานมัดย้อมและเย็บย้อมของประเทศญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ชิโบริ” โดยทางสตูดิโอได้นำมาพัฒนาต่อยอดให้มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีความร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีงานผ้าในรูปแบบอื่นๆเช่น งานปักจักรร่อนสะดึง งานทอมือ งานย้อมแบบ eco-print และงาน patchwork

วิดิโอสาธิตการทำลายผ้าของสตูดิโอ
https://vimeo.com/245759892
https://www.youtube.com/watch?v=i_54y4Py6zE
https://www.youtube.com/watch?v=jv174usPAXA

 

<- ชุมชนโหล่งฮิมคาว