เปิงใจ๋คือ พอใจ ถูกใจ ภูมิใจ

จากชีวิตเด็กชาวบ้านชนบทที่เติบโตมากับการทำนาทำไร่ พ่อแม่จะบอกลูกๆเสมอหากใครอยากได้เงินให้เอาผลผลิต พืชผลจากไร่นาไปขาย เพื่อที่จะได้มีเงินไว้ใช้ส่วนตัว พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยเงิน หากคนใดขยันไม่อายทำกินก็จะมีเงินไว้ใช้ส่วนตัว กลางคืนแม่จะปั่นฝ้ายและจะสอนให้ลูกผู้หญิงปั่นฝ้ายเป็น เพื่อที่จะได้เส้นฝ้ายไปทอ และตัดเย็บด้วยมือ ทำเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห้มในครอบครัว

จากสิ่งที่เห็นและปฏิบัติมาตั้งแต่เด็กจนเติบโตมาสู่วัยรุ่น ปัจจุบันแม้ว่าวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้จะหาดูแทบไม่ได้ แต่ในความทรงจำของข้าพเจ้า มีความสุขและภาคภูมิใจมาก เมื่อย้อนคิดกลับไปถึงภาพเก่าๆในอดีต จึงก่อให้เกิดการสานต่อวิถีชีวิตในอดีตมาสร้างงาน สร้างอาชีพ และบ้านไม้ในปัจจุบัน

แต่ก่อนที่จะมาสร้างบ้านไม้หลังปัจจุบันที่ชุมชนโหล่งฮิมคาว ข้าพเจ้าขอพูดถึงช่วงหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น เคยคิดว่าการทำไร่นา ทำผ้า ไม่ทันสมัย จึงตัดสินใจจากบ้านเกิดเข้ามาค้าขายในเมือง จุดใต้ตำตอ ทั้งๆที่ข้าพเจ้าใช้ชีวิตอยู่กับช่างแพทเทิร์นฝีชั้นเยี่ยมคนหนึ่ง คือคุณมนฑิพา(ต่าย) เราจึงปรึกษากันว่าต่อไปนี้ เราลองมาผลิตแะจำหน่ายของเราดู คือเริ่มต้นจากการทำน้อยๆ ออกแบบและด้นมือร่วมสมัย เน้นความปราณีต กิจการเริ่มขยับขยาย มีลูกค้าเข้ามาสนใจสั่งซื้องานถึงในบ้าน ต่อมาเราเข้ากลุ่ม otop เพื่อจะได้มีตลาดที่กว้างขวางขึ้น เราได้ออกร้านที่กรุงเทพฯ มีลูกค้าติดตามมากขึ้น ได้รับรางวัลที่พิสูจน์ความมุ่งมั่น ตั้งใจของเราหากหลายรางวัล จนถึงจุดหนึ่ง เรารู้สึกว่า ความสุขที่แท้จริง คือการทำงานที่เรารักอยู่กับบ้าน ในปริมาณที่เราไหว และทำไปอย่างมีความสุข จุดนั้นคงเป็นจุดอิ่มตัวที่ทำให้เราย้ายมาสร้างบ้านเปิงใจ๋หลังนี้

แรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดบ้านไม้เปิงใจ๋ ตอนเด็กข้าพเจ้าเคยไปเล่นบ้านคุณตา(พ่ออุ้ย)เป็นประจำ เป็นบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนสูง ข้าเจ้ารู้สึกมีความสุข สนุกสนานทุกครั้งที่ได้ไปบ้านพ่ออุ้ย ความรู้สึกนั้นมันยังคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดมา พอมีโอกาสได้สร้างบ้านของตนเองขึ้นมาจริงๆ ข้าพเจ้าก็สร้างมันขึ้นมาจากความทรงจำ ที่ที่ข้าพเจ้าทั้งสองเคยมีความสุขเหมือนตอนเด็กๆ และตั้งมั่นไว้ว่าจะอยู่ในชุมชนนี้อย่างมีความสุข
 
Facebook : https://www.facebook.com/เปิงใจ๋-1031331063615452/